ต้องเริ่มที่ประกาศนโยบาย

ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามความ พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ กำหนดให้ “โรงเรียน” ซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะ ต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด หมายความว่า ภายในรั้วโรงเรียน ไม่สามารถสูบบุหรี่ได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักส่วนตัวหรือที่ใดๆก็ตาม

ดังนั้น การที่จะทำให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ถ้าจะบอกว่ายาก ก็ยาก จะบอกว่าง่าย ก็ได้เช่นกัน วันนี้ “เครือข่ายครูฯ” ขอแนะนำขั้นตอนเพื่อก้าวไปสู่การเป็น “โรงเรียนปลอดบุหรี่” ดังนี้

-        จัดกิจกรรมประกาศนโยบายโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่หน้าเสาธง ด้วยการมอบป้าย “โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย” ที่ขอรับจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ให้กับผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อให้ผู้บริหารตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการเพื่อให้ โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถดำเนินการได้ทุกช่วงของปีการศึกษา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันงดสูบบุหรี่โลก ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่ายในโรงเรียน

ภาพที่ 1 ร.ร.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ภาพที่ 2 ร.ร.เขวาไร่ศึกษา จ.มหาสารคาม

-    ประกาศนโยบายในที่ประชุมครูและที่ประชุมผู้ปกครอง เช่น โรงเรียนเถินวิทยา จังหวัดลำปาง ประกาศนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ 100% ตามกฎหมายในการประชุมผู้ปกครองนักเรียน พร้อมทั้งให้ผู้ปกครองลงนามรับทราบนโยบายและมาตรการเหล่านั้น

ภาพที่ 3 – 5 ร.ร.เถินวิทยา จ.ลำปาง , ประกาศนโยบายในที่ประชุมผู้ปกครอง , ผู้ปกครองลงนามรับทราบ

-          ติดป้าย “โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย” ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจน เช่น ประตูโรงเรียน ป้ายชื่อโรงเรียน รั้วโรงเรียน บอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าโรงเรียน เป็นต้น

ภาพที่ 6 ร.ร.พระหฤทัย จ.เชียงใหม่

ภาพที่ 7 ร.ร.พระยืนวิทยาคาร จ.ขอนแก่น

ภาพที่ 8 ร.ร.เชียงยืนพิทยาคม จ.มหาสารคาม

ภาพที่ 9 ร.ร.พิศาลปุณณวิทยา จ.ขอนแก่น

 

-          จัดทำป้ายไวนิลหรือป้ายผ้าขนาดใหญ่ ที่มีข้อความ “โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย” ซึ่งสามารถใช้ได้ในหลายโอกาส เช่น ใช้เดินรณรงค์ในชุมชน ใช้ในงานกีฬาหรือประเพณีของโรงเรียนหรือชุมชน เป็นต้น เมื่อใช้ในการเดินรณรงค์ในโอกาสต่าง ๆ แล้ว สามารถนำมาติดตามจุดต่าง ๆ ของโรงเรียนได้อีกด้วย

ภาพที่ 10 ร.ร.แหลมสิงห์วิทยาคม จ.จันทบุรี

ภาพที่ 11 ร.ร.สิริมังคลานุสรณ์ จ.เชียงใหม่

-          ติดสติ๊กเกอร์เขตปลอดบุหรี่ สติ๊กเกอร์รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ตามประตูห้องเรียน ห้องทำงาน หรือสำนักงานต่าง ๆ รวมถึงห้องน้ำ หอประชุม และพาหนะของโรงเรียน

ภาพที่ 12 ร.ร.บัวใหญ่พิทยา จ.ขอนแก่น

ภาพที่ 13  ร.ร.สิริมังคลานุสรณ์ จ.เชียงใหม่

ภาพที่ 14 ร.ร.กาวิละวิทยาลัย จ.เชียงใหม่

ภายหลังการประกาศนโยบายโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ 100% ตามกฎหมายแล้ว จะต้องดำเนินการ ดังนี้

-    ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายภายในโรงเรียน เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของนโยบายนี้ พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้ที่เกี่ยวกับบุหรี่อย่างสม่ำเสมอ

ภาพที่ 15  ร.ร.บ้านด่านลานหอยวิทยา จ.สุโขทัย

ภาพที่ 16 ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่

 

-    ทำ ให้บุคลากรจดจำและซึมซับนโยบายนี้ โดยการทำให้บุคลากรเห็นข้อความหรือรูปภาพที่สื่อถึงนโยบายนี้อย่างสม่ำเสมอ เช่น โรงเรียนขอนแก่นเทคโนโลยีพณิชยการ จัดทำข้อความและรูปภาพ “โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย” ขึ้นแสดงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ (Desktop) ทุกเครื่องในโรงเรียน

ภาพที่ 17  ร.ร.ขอนแก่นเทคโนโลยีพณิชยการ จ.ขอนแก่น

 

-    จัดทำจดหมายข่าวถึงผู้ปกครอง เพื่อแจ้งให้ทราบถึงนโยบายนี้ รวมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม

ภาพที่ 18 ร.ร.พลวิทยาระบบสองภาษา จ.สงขลา

ภาพที่ 19 ร.ร.น้ำพองศึกษา จ.ขอนแก่น

-    แจ้ง ให้ชุมชนที่มาใช้บริการสถานที่ของโรงเรียนให้ทราบถึงนโยบาย และทำข้อตกลงกับผู้ใช้บริการว่า ผู้เข้าร่วมงานต้องงดสูบบุหรี่ในบริเวณโรงเรียน

-    เดินรณรงค์ในชุมชน โดยถือแผ่นป้าย “โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย” รวมทั้งแจกแผ่นพับบอก

แนวทางการปฏิบัติตามนโยบายโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่

ภาพที่ 20 ร.ร.ทุ่งขนานวิทยา จ.จันทบุรี

ภาพที่ 21 ร.ร.สะเมิงพิทยาคม จ.เชียงใหม่

 

 

-    ขอ ความร่วมมือกับบุคลากรสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการแจ้งภาคีเครือข่าย/ผู้ใช้บริการ/ผู้นำชุมชนทุกชุมชนให้ทราบถึงนโยบาย ของโรงเรียน

-    ทำหนังสือเวียนถึงผู้นำชุมชนโดยรอบโรงเรียนขอความร่วมมือให้ประกาศเสียงตามสายแจ้งนโยบายของโรงเรียนให้ประชาชนในชุมชนทราบ

และที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการประกาศนโยบาย คือ การมีมาตรการที่เฝ้าระวังไม่ให้มีการสูบบุหรี่ภายในบริเวณโรงเรียน เพราะไม่เช่นนั้น นโยบายที่ประกาศออกมา จะหมดความศักดิ์สิทธิ์ทันที

คราวหน้า “เครือข่ายครูฯ” จะมาแนะนำวิธีการอื่น ๆ ที่จะทำให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย และการปกป้องนักเรียนให้พ้นจากภัยบุหรี่เพิ่มเติม

หวังว่าคงจะได้แนวคิด วิธีการ ไปปรับใช้ที่โรงเรียนนะครับ “เครือข่ายครู” ขอให้กำลังใจคุณครูทุกท่านที่ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน สำเร็จหรือไม่อย่างไร ก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ