บุหรี่ ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ ยาสูบ อันตราย พิษภัย ผลกระทบ
ความเป็นมาของบุหรี่
7 ก.ย. 57 / เปิดดู : 8,969

ตามบันทึกประวัติศาสตร์ พบว่า ยาสูบเป็นพืชพื้นเมืองที่ชาวอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาเหนือ ใช้นำมาสูบในพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งเมื่อสูดเอาควันจากใบยาสูบเข้าไปแล้ว รู้สึกว่าสมองโล่ง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย โดยในสมัยนั้น ยังไม่รู้ว่าการสูดเอาควันจากใบยาสูบเข้าไปนั้นเป็นอันตรายหรือไม่

พ.ศ. 2035  ชาวอิตาลี ชื่อ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เป็นนักเดินเรือให้โปรตุเกส ได้เดินทางไปพบทวีปอเมริกา และได้นำยาสูบกลับสู่แผ่นดินยุโรป หลังจากนั้นประมาณ 70 ปี ใน พ.ศ. 2103 เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ชื่อนายฌอง    นิโกต์ เป็นผู้นำเมล็ดยาสูบไปปลูกในกรุงปารีส ยาสูบจึงเผยแพร่ทั่วแผ่นดินยุโรปในที่สุด

ต่อมาชาวฮอลันดาหรือเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้นำยาสูบมายังประเทศอินโดนีเซีย และได้แพร่หลายไปทั่วทวีปเอเชีย ในช่วงนั้นบุหรี่ยังไม่แพร่หลายมากนัก  เนื่องจากบุหรี่ยังเป็นแบบที่ใช้มวนด้วยมือ กว่า 200 ปีต่อมา  ราว พ.ศ. 2325 ได้มีการผลิตบุหรี่ด้วยเครื่องจักรแทนการมวนด้วยมือ ทำให้สามารถผลิตได้ในจำนวนมาก อุตสาหกรรมบุหรี่จึงขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประมาณ พ.ศ. 2461 การสูบบุหรี่ในประเทศต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องปกติ การสูบบุหรี่กลายเป็นแฟชั่นและถือเป็นค่านิยมแพร่หลายกันทั่วไป โดยที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าการสูบบุหรี่มีผลกระทบอะไรต่อร่างกายหรือไม่

จากใบยาสูบที่มีการปลูกและใช้ในครัวเรือน เปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมเกษตรขนาดมหึมา โรงงานยาสูบกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่กระจายไปทั่วโลก ตลาดใบยาสูบขยายตัวอย่างมากมาย เครื่องผลิตบุหรี่ได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อรองรับต่อความต้องการของผู้สูบบุหรี่ที่เพิ่มขึ้นมาก

ปี พ.ศ. 2493 นายแพทย์เซอร์ริชาร์ด โดล (จากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ) ได้พบว่า การเกิดมะเร็งปอด มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ การรายงานดังกล่าวไม่มีผล ทั่วโลกก็ยังสูบบุหรี่กันต่อไป 12 ปีต่อมา หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2505 ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งกรุงลอนดอนประกาศเป็นทางการว่า “การสูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอดและโรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ” ประกาศดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วสหรัฐอเมริกา เพราะในขณะนั้นมีชาวอเมริกาสูบบุหรี่อยู่ถึง 50 ล้านคน อีกทั้งอเมริกาเป็นผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ของโลก และ 2 ปีต่อมา ปี พ.ศ. 2507 นายแพทย์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ลูเธอร์ แอล เทอร์รี่ และคณะทำงาน ได้รายงานสรุปว่า “การสูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด  โรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ และโรคหัวใจ” 

ข่าวดังกล่าวช็อกชาวอเมริกันและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เนื่องจากอุตสาหกรรมบุหรี่ได้ขยายตัวไปทั่วโลก รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ก็สนับสนุนชาวไร่ยาสูบและมีโรงงานยาสูบเป็นแหล่งรายได้สำคัญ 
บุหรี่ ตั้งแต่เริ่มเผยแพร่และมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้เวลากว่า 450 ปี จึงค้นพบว่า เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ ปัจจุบันพิษภัยของบุหรี่ที่มีผลต่อสุขภาพได้ถูกเปิดเผยจากวงการแพทย์ต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างมากมาย บุหรี่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ โรคมะเร็งอื่น ๆ และโรคเรื้อรังต่าง ๆ แต่ด้วยฤทธิ์การเสพติดของบุหรี่ที่เทียบเท่าเฮโรอีน จึงทำให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบได้ยาก

ถึงแม้รู้ถึงพิษภัยและการเสพติดของบุหรี่ แต่โลกทั้งโลกก็ไม่สามารถหยุดผลิตบุหรี่ได้ทันทีเหมือนสินค้าอื่น ๆ ที่พบว่ามีพิษภัยต่อสุขภาพเสียแล้ว เพราะหากประเทศใดหยุดผลิตบุหรี่ บุหรี่จากต่างประเทศก็ไหลบ่าเข้าไปในประเทศนั้น คนก็ยังสูบต่อไปและยังเสียดุลการค้าอย่างมหาศาล ลูกค้าของบริษัทบุหรี่คนแล้วคนเล่าต้องเจ็บป่วยและล้มตายไป ทำให้บริษัทบุหรี่จึงพยายามหาลูกค้าใหม่มาทดแทนอยู่ตลอดเวลา

 

คลิปวิดีโอความเป็นมาของบุหรี่ 01

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดคลิปนี้

 

คลิปวิดีโอความเป็นมาของบุหรี่ 02

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดคลิปนี้

เอกสารดาวน์โหลด
ย้อนกลับ กลับด้านบน