*** ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 19 เรื่อง กำหนดชื่อหรือประเภทของสถานที่สาธารณะที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ฯ ซึ่งออกตามความมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 กำหนดให้โรงเรียนซึ่งเป็นสถานศึกษาต่ำกว่าระดับอุดมศึกษาเป็นสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด

มาตรา 5 ประกอบมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 กำหนดให้เจ้าของ ผู้จัดการ ผู้ควบคุม หรือผู้รับผิดชอบ (ในบริบทของโรงเรียนหมายถึงผู้อำนวยการโรงเรียน) ต้องจัดให้โรงเรียนเป็นสถานที่สาธารณะที่ปลอดบุหรี่ทั้งหมดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 19 ทั้งนี้ หากไม่ดำเนินการ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

นอกจากนี้ มาตรา 6 ได้ห้ามมิให้ผู้ใดสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

  • ปี พ.ศ. 2548

    เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ (Teachers Networking for Smoke-Free Schools) เกิดขึ้นเมื่อปี 2548 เริ่มจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยการสนับสนุนของสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รับสมัครครูที่สนใจเข้าร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพให้เป็นครูนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ มีครูในเขตกรุงเทพ ฯ สนใจเข้าร่วม 12 โรงเรียน ถือเป็นเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ รุ่นที่ 1 ภายหลังการอบรม แต่ละแห่งได้รณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่โรงเรียนและประชุมพบปะกันในวันหยุดเพื่อคิดหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้โรงเรียนปลอดบุหรี่

  • ปี พ.ศ. 2550

    ใช้เวลาสะสมองค์ความรู้และประสบการณ์อยู่ 2 ปี จนกระทั่งปี 2550 เครือข่ายครู ฯ ร่วมกันจัดทำหนังสือหลักสูตรโรงเรียนปลอดบุหรี่ เพื่อให้ครูได้นำไปใช้สอนในโรงเรียน และส่งมอบให้ ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขยายผลสู่โรงเรียนทุกแห่ง

    ในขณะเดียวกันก็พบว่า การทำงานรณรงค์ต้องมีนักเรียนร่วมด้วยจึงจะประสบผลสำเร็จ เพราะนักเรียนเป็นคนกลุ่มใหญ่ในโรงเรียน ที่มีพลังทั้งทางกายและพลังความคิดที่จะช่วยคุณครูหาวิธีการที่แปลกใหม่ที่จะสื่อสารกับนักเรียนด้วยกัน กับผู้ปกครอง หรือชุมชนได้เป็นอย่างดี จึงได้ร่วมกันเขียนหนังสือที่ถอดบทเรียนจากประสบการณ์การทำงานของเครือข่ายครู ฯ ที่นักเรียนมีบทบาทเคียงข้างไปกับครู เพิ่มอีก 3 เล่ม ได้แก่ คู่มือพัฒนาศักยภาพนักเรียนแกนนำเพื่อการไม่สูบบุหรี่ คู่มือผลิตสื่อสร้างสรรค์รณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และคู่มือครูช่วยนักเรียนให้เลิกสูบบุหรี่

    ในด้านการแสวงหาครูร่วมอุดมการณ์ ปี 2550 ได้จัดอบรมครูในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล เพิ่มอีก 2 รุ่น ทำให้มีโรงเรียนในเครือข่ายเพิ่มเป็นกว่า 50 โรงเรียน

  • ปี พ.ศ. 2551

    เริ่มขยายเครือข่ายสู่ภูมิภาค นำร่องในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และจันทบุรี มีโรงเรียนเป็นเครือข่ายเพิ่มอีก 120 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งดำเนินการในโรงเรียนตนเอง 1 ปี และนำผลงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำมาสู่การเขียนเป็นหนังสือถอดบทเรียนโรงเรียนปลอดบุหรี่ ในต้นปี 2553 ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการทำงานเพื่อให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย รวมถึงสื่ออื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง ที่ช่วยเอื้อให้การดำเนินงานของครูสะดวกยิ่งขึ้น

  • ปี พ.ศ. 2553

    เครือข่ายครู ฯ ได้เปลี่ยนพื้นที่ดำเนินงานจากจันทบุรี เป็น ชลบุรี และได้ผลักดันให้เกิดคณะทำงานในพื้นที่จังหวัดนำร่อง คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา ชลบุรี และกรุงเทพฯ เพื่อวางแผนและขับเคลื่อนงานในจังหวัดตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนในจังหวัด และร่วมกับหน่วยงานด้านรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ของจังหวัด ดำเนินการอย่างจริงจังให้โรงเรียนและชุมชนโดยรอบปลอดบุหรี่

    นอกจากนี้ ยังเสริมสร้างศักยภาพคณะทำงานของแต่ละจังหวัด ด้วยการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นวิทยากรเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่ตนเองได้

  • ปี พ.ศ. 2554

    จังหวัดนำร่องทุกแห่ง คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และชลบุรี ได้จัดกิจกรรมเพื่อขยายผลลงสู่โรงเรียนระดับประถมศึกษาและขยายโอกาสทางการศึกษา โดยนำร่องในเขตพื้นที่การศึกษา 1 แห่ง ( 3 – 5 อำเภอ) ในอนาคตมีแผนจะขยายให้ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่การศึกษาในแต่ละจังหวัด

  • ปี พ.ศ. 2555

    ได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยเชิญผู้บริหารสถานศึกษาและครูจากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาและขยายโอกาสทางการศึกษา รวมกว่า 800 คน เข้าร่วมรับองค์ความรู้เรื่องบุหรี่และแนวทางการดำเนินงานเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ รวมถึงป้ายพลาสติกโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมายและสื่ออื่น ๆ

    ในด้านการผลักดันนโยบายผ่านต้นสังกัดของโรงเรียน เครือข่ายครู ฯ ได้เข้าพบ ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อผลักดันมาตรการในการปกป้องเยาวชนจากพิษภัยบุหรี่ การสร้างสถานศึกษาปลอดบุหรี่ รวมถึงการสนับสนุนมาตรา 5.3 แห่งอนุสัญญาควบคุมยาสูบองค์การอนามัยโลก ที่ห้ามหน่วยงานราชการรับการสนับสนุนจากธุรกิจยาสูบ จนนำมาสู่การออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ และจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและภาคีเครือข่ายนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมตามประกาศกระทรวง ฯ อย่างเป็นรูปธรรม

    ตลอดการทำงานที่ผ่านมา เครือข่ายครู ฯ ได้จัดทำเว็บไซต์ www.smokefreeschool.net ขึ้น เพื่อเป็นหนึ่งช่องทางในการสื่อสารภายในเครือข่าย รวมทั้งประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ รวมถึงการเปิดเฟซบุ๊คแฟนเพจ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายครู ฯ (http://www.facebook.com/SmokeFreeSchool)

    นอกจากนี้ เครือข่ายครู ฯ ยังได้มีการถอดบทเรียนการดำเนินงานเพื่อเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ของจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสงขลา จังหวัดชลบุรี และกรุงเทพมหานคร จัดทำเป็นหนังสือเพื่อเผยแพร่เป็นแนวทางแก่โรงเรียนอื่น ๆ ที่สนใจการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่

  • ปี พ.ศ. 2556

    ขยายผลการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ไปยังโรงเรียนใน 8 จังหวัดนำร่องใหม่ คือ เชียงราย พิษณุโลก นครราชสีมา มหาสารคาม อุบลราชธานี นนทบุรี ระยอง และสุราษฎร์ธานี รวม 482 แห่ง และร่วมกับสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ ที่มีเป้าหมายขยายการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัด สพฐ.จำนวน 469 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการรับรองโรงเรียนปลอดบุหรี่และโรงเรียนปลอดบุหรี่ต้นแบบ พร้อมแบบฟอร์มประเมินตนเอง เพื่อเป็นแนวทางที่ให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้ประเมินการดำเนินงานของโรงเรียนในเบื้องต้นเพื่อค้นหาจุดที่ควรจะต้องพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบัน มีครูจากโรงเรียนต่าง ๆ สนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกว่า 3,200 คน รับแนวทางและมาตรการจากการถอดบทเรียน ตลอดจนคู่มือและสื่อรณรงค์ที่เครือข่ายครู ฯ ผลิตขึ้น ไปใช้ในโรงเรียนตนเอง จากการทำงานด้วยความสมัครใจ มุ่งมั่น ทุ่มเทและเสียสละเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จึงทำให้เครือข่ายครูนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้รับโล่รางวัลควบคุมยาสูบแห่งชาติ ประเภทองค์กรดีเด่นด้านการควบคุมยาสูบ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำให้มีขวัญกำลังใจและพลังที่จะดำเนินงานให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ ขยายจากจังหวัดไปสู่ภูมิภาคและทั่วประเทศต่อไป

แผนงานปี 2556 – 2558
  • ขยายผลการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ต่อยอดสู่โรงเรียนส่งเสริมสุขภาวะที่ดำเนินงานโดยสำนัก 4 และสำนัก 6 ของ สสส. รวมถึงโรงเรียนในเครือข่ายของ สสค.
  • พัฒนาให้เกิดโรงเรียนปลอดบุหรี่ต้นแบบในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ
  • พัฒนาสมรรถนะเครือข่ายครูในพื้นที่นำร่องเดิม ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี สงขลา และกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและขยายการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ให้ครอบคลุมทุกอำเภอ/ทุกเขตในจังหวัด
  • ขยายผลการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ไปยังพื้นที่จังหวัดใหม่ ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก นครราชสีมา มหาสารคาม อุบลราชธานี นนทบุรี ระยอง และสุราษฎร์ธานี
  • ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ในโรงเรียนประถมศึกษาและขยายโอกาสทางการศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร
  • พัฒนาหลักสูตรอบรมนักเรียนแกนนำเพื่อการไม่สูบบุหรี่
  • พัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ นวัตกรรม และนโยบาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่
  • ขยายผลการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่สู่หน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจดำเนินงาน รวมถึงแสวงหาแนวร่วมในการดำเนินงานทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการและประเมินผลการดำเนินงาน